| ภาวะตลาดหุ้นรายวัน - บล.เคทีบี |
|
| Tuesday, 07 March 2017 09:50 | |||
|
Company Update & News Comment (+) กลุ่มการบิน: รัฐบาลเร่งแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยาน โดยการพัฒนาสนามบินทั่วประเทศ (+) FSMART: Upside อยู่ในระดับที่น่าสนใจ ปรับคำแนะนำเป็นซื้อ (-) GL: แนวโน้มปล่อยกู้ 2 กลุ่มสิงคโปร์ และไซปรัส ระส่ำต่อการเรียกเก็บและรายได้ของกิจการ (0) ส่งออกไก่: พบไข้หวัดนกระบาดในสหรัฐฯเป็นครั้งแรกในรอบปี
ปัจจัยและทิศทางตลาดหุ้นไทย ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังซึมซับและเตรียมรับกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุม 14-15 มี.ค. นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับตัวกลับขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมทั้งการสูงขึ้นของค่าเงินดอลล่าร์ (เช้านี้ Dollar Index อยู่ที่ระดับ 101.72 /+0.02% จากวันก่อน) เป็นลบต่อตลาดหุ้นอื่นๆ (ที่ไม่ใช่สหรัฐฯ) เพราะจะมีเงินไหลออกจากตลาดหุ้น
ปริมาณซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดเอเซีย เห็นเป็น net sell ในหลายๆตลาด ขณะที่ของไทยนั้น นักลงทุนต่างประเทศมีการขายทั้งตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร 6 วันติดต่อกันรวม 2.0 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นปัจจัยที่กดดันต่อตลาดหุ้นไทยที่สำคัญตัวหนึ่ง และยังมีแนวโน้มที่นักลงทุนกลุ่มนี้จะขายต่อ
ราคาน้ำมันดิบ WTI ขยับขึ้นเป็น $53 เหรียญ หลังคาดอิรักลดกำลังการผลิตได้มากขึ้น ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มโลหะ ทองแดงและสังกะสีปรับตัวลดลง 1% มีความกังวลด้าน supply เข้ามาในราคาสินค้ากลุ่มนี้ รวมทั้ง ประมาณการ GDP ของจีนที่ลดต่ำลง แม้จะมีข่าวบวกที่จีนจะลดกำลังการผลิตในประเทศเข้ามา แต่ก็ถูกกลบด้วย demand ที่จะลดลงด้วย ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ คาดจะยังมีความอ่อนไหว และถูกถ่วงด้วย ความกังวลที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย และการขายทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก
ปัจจัยในประเทศ ตลาดมีข่าวเข้ามาค่อนข้างน้อย นักลงทุนกำลังรอดูข่าวบวกใหม่ ผลการประชุม ครม.วันนี้ หากมีวาระสำคัญๆ ออกมาน่าจะมีผลต่อตลาดด้วย ขณะที่ การแข็งค่าของเงินบาท ล่าสุด 35.05 บาท/ดอลล่าร์ จะยังเป็นลบต่อตลาดและหุ้นที่มีรายได้เป็นเงินดอลล่าร์
เราประเมินดัชนีฯ ในวันนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลง จากการปรับพอร์ตของนักลงทุนรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เช่นเดียวกับวันที่ผ่านมา
กลยุทธ์การลงทุน ด้วยตลาดยังอาจยังมีความเสี่ยงขาลงจากแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศและตลาดขาดข่าวบวกหนุน ..... กลยุทธ์ แนะนำชะลอการลงทุน ลดการถือหุ้นที่เสียงต่อการขายของนักลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อบ่างไรก็ตาม หุ้นในบางประเภท เช่นหุ้นที่มีปัจจัยบวก ทั้งจากนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ หุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานยังดีและอิงกับภาวะเศรษฐกิจ และมีความเสี่ยงไม่มากนัก อาจยังได้รับความสนใจจากนักลงทุน..........ในการเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิเช่น GFPT , ARROW , PREB
ประเด็นสำคัญ ตลาดหุ้นไทยวานนี้ (06 มี.ค.) – SET Index ปิดที่ระดับ 1,553.61 จุด ลดลง 12.59 จุด หรือ -0.80% มูลค่าการซื้อขาย 38,747.80 ล้านบาท ตลาดฯปรับตัวสวนทางกับตลาดภูมิภาค โดยมีความกังวลด้านการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นเหตุผลหลัก ตลาดหุ้นต่างประเทศ – ดัชนีเฉลี่ยอุตสหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 20,954.34 จุด ลดลง 51.37 จุด หรือ -0.24% จากปัจจัยกดดันเรื่องการกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เช่นเดียวกับ Stoxx Europe 600 ลดลง -0.5% ปิดที่ 373.27 จุด หลังจากมีรายงานว่าธนาคารดอยซ์แบงก์ประกาศเพิ่มทุน 8 พันล้านยูโร ราคาน้ำมันดิบ WTI – สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 72 เซนต์ หรือ +1.4% ปิดที่ 53.33 ดอลลาร์/บาร์เรล จากค่าเงินดอลลาร์ที่มีการอ่อนค่าก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ – กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนม.ค. โดยปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 2 หลังจากพุ่งขึ้น 1.3% ในเดือนธ.ค. เศรษฐกิจจีน – รัฐบาลจีนได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2560 ไว้ที่ประมาณ 6.5% ลดลงจากช่วง 6.5-7% ในปีที่แล้ว น้ำมัน – IEA ออกรายงานระบุว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกมีความเพียงพอสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้าและเตือนว่า ปริมาณอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นช้ากว่าความต้องการใช้น้ำมันหลังจากปี 2020 ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น สหรัฐฯ- สำนักข่าวอินโฟเควสท์ ระบุ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีฉบับใหม่เมื่อวานนี้ ยกเลิกคำสั่งเดิมที่ออกในเดือนม.ค.ในการห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ โดยคำสั่งใหม่ได้ยกเว้นอิรักจากรายชื่อประเทศซึ่งมีการประกาศก่อนหน้านี้ ตลาดพันธบัตรของไทย- สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติได้เทขายตราสารหนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท และวันที่ 6 มี.ค. ยังขายอีก 944 ล้านบาท หลังจากเดือน ม.ค. และ 3 สัปดาห์แรกของเดือน ก.พ. ได้ซื้อสุทธิมาตลอดจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติยังซื้ออยู่ที่ 5.7 หมื่นล้านบาท กลุ่มธนาคาร- ธปท. ได้แจ้งค่าธรรมเนียมพร้อมเพย์นิติบุคคล สำหรับการโอนเงินระหว่างนิติบุคคลกับนิติบุคคล ซึ่งจะแตกต่างจากค่าธรรมเนียมพร้อมเพย์บุคคลธรรมดา โดยกรณีนิติบุคคลจะไม่มีการโอนเงินฟรี โดยเริ่มต้นจากวงเงินการโอนไม่เกิน 100,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมสูงสุดไม่เกิน 10 บาทต่อรายการ และหากเป็นวงเงินการโอนมากกว่า 100,000 บาท คิดค่าธรรมเนียมการโอนเงินไม่ เกิน 15 บาทต่อรายการ ซึ่งค่าธรรมเนียมการโอนเงินอาจจะแตกต่างกันในแต่ละธนาคารขึ้นกับต้นทุนและโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2560 เป็นต้นไป ธุรกิจการบิน- การประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ เห็นชอบแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานของไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอากาศยานของภูมิภาคได้จริง ทั้งด้านการขนส่งคนขนส่งสินค้าและการซ่อมสร้างชิ้นส่วนอากาศยานโดยให้มีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานขึ้นมาขับเคลื่อนการทำงานอย่างเป็นระบบและบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รถไฟทางคู่-รฟท. นำรายละเอียดผลการประชุมเกี่ยวกับ ทีโออาร์ รถไฟทางคู่ทั้ง 5 เส้นทาง นำเสนอให้คณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้าง(ซุปเปอร์บอร์ดจัดซื้อจัดจ้าง) เพื่อพิจารณา ประกอบด้วย 1.เส้นทางช่วงนครปฐม-หัวหินระยะทาง 169 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 19,000 ล้านบาท 2.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 116 กม. วงเงิน 23,000 ล้านบาท 3.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ 132 กม. วงเงิน 28,000 ล้านบาท 4.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กม. วงเงิน 9,800 ล้านบาท 5.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 167 กม. วงเงิน 16,000 ล้านบาท ซึ่งภายหลังซุปเปอร์บอร์ดได้พิจารณาได้ให้ รฟท.กลับมาดูรายละเอียดเงื่อนไขทีโออาร์รถไฟทางคู่ ทั้ง 5 เส้นทางให้ละเอียดมากขึ้นว่าจะมีทางเลือกอะไรอีกบ้าง เพื่อให้รอบคอบมากขึ้น ตลาดหลักทรัพย์-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รายงานกำไรสุทธิปีที่ผ่านมาว่ามี จำนวนรวม 909,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.41% จากปี 2558 เป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 5 ปี เพราะได้ ปัจจัยบวกจากต้นทุนการผลิตลดลงการฟื้นตัวของหมวดธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ได้ รับผลดีจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วัสดุ ก่อสร้าง หมวดพาณิชย์หมวดการแพทย์ ฯลฯ
News Release
EA ขายไฟ36MWบุ๊คQ1 ลุ้นอีก 2 โครงการ 90 MW จ่อ COD ครึ่งปีแรก + EA รับข่าวดี COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมหาดกังหัน 1 กำลังผลิต 36 MW แล้ว เริ่มบุ๊คเข้าทันที Q1 จับตา COD อีก 2 โครงการที่เหลือ 90 MW ภายในครึ่งปีแรก หนุนปี 60 กำลังผลิตไฟฟ้าพุ่ง 404 MW โบรกฯคาดกำไรปีนี้นิวไฮ 4,600 ล้านบาท โตแกร่ง 40% (ข่าวหุ้น)
'บจ.’กำไรท่วม9แสนลบ.ปีนี้พลังงาน-เช่าซื้อเด่น + ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย บจ.ไทยปี 59 มีกำไรสุทธิกว่า 9 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี โตจากปี 58 ถึง 30.41% รับต้นทุนการผลิตลดลง และการฟื้นตัวของหมวดธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี ด้านนักวิเคราะห์เผย กลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และกลุ่มการเงินโดยเฉพาะเช่าซื้อ เช่น SAWAD, MTLS และ KTC ผลประกอบการยังโดดเด่น(ข่าวหุ้น)
PTG เด้งเป้าใหม่30บาทธุรกิจค้าปลีกน้ำมันสดใส + “PTG” วิ่งรับราคาเป้าหมายใหม่ 30 บาท โบรกฯ อัพเกรดคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ขานรับธุรกิจค้าปลีกน้ำมันแกร่งต่อเนื่อง ลุ้นกำไรปี 60 พุ่ง 1,100 ล้านบาท ทุ่ม 5 พันล้านบาทเสริมแกร่งค้าปลีก-นอนออยล์-ลงทุนธุรกิจใหม่ หนุนโตระยะยาว(ข่าวหุ้น)
OCEAN ส่อถูกแบ็กดอร์ทายาทรพ.ดอดถือ13% + “ฟ้าประทาน” ทายาทธุรกิจโรงพยาบาลราชเวช เชียงใหม่ ดอดเก็บหุ้น OCEAN ถือ 13.12% คาดมีโอกาสทำแบ็กดอร์นำธุรกิจโรงพยาบาลเข้าตลาดหุ้น ฟาก “อุชัย” ยืนยันไม่ได้เทขายหุ้นออกมา พร้อมปัดข่าวลือจะถูกแบ็กดอร์ในขณะนี้(ข่าวหุ้น)
CTWฮุบโปรเจ็กต์1.8พันล. ดันผลงานปีนี้ทะยานเท่าตัว + CTW ฐานแกร่ง จ่อเซ็นรับงานสายไฟฟ้านำอะลูมิเนียม สายไฟฟ้าตัวนำทองแดง และสายไฟฟ้าแรงดันสูงจากผู้ประกอบการรับเหมา 1,800 ล้านบาท ด้านโบรกเคาะผลงานปีนี้พุ่งเท่าตัวหลังรัฐและเอกชนเร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ผลงานปี 2559 คว้ากำไร 281,799 ล้านบาท เปรียบเทียบปีก่อนหน้าที่ขาดทุน 98.33 ล้านบาท(ทันหุ้น)
'BEM'ลุ้นเซ็นสายสีน้ำเงิน ดันยอดผู้โดยสารพุ่งพรวด บุ๊ก'สายสีม่วง-ทางด่วนศรีรัช'หนุน + BEM ลุ้น ครม.อนุมัติเซ็นสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย วันที่ 9 มีนาคมนี้ คาดผลประกอบการโตโดดเด่น จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แถมบุ๊กรายได้การเดินรถสายสีม่วง และทางด่วนศรีรัชรอบนอก เต็มปี โบรกชี้อนาคตเติบโตแรง ให้พิกัดราคา 10.50 บาท(ทันหุ้น)
'TIPCO'ฟอร์มฟื้นตัวแกร่ง อัพการผลิตน้ำแร่เสริมมาร์จิ้น + TIPCO การันตีผลงานปี 2560 กลับมาสดใสอีกครั้ง รับผลบวกจากธุรกิจของ TASCO กลับมาเติบโตต่อเนื่องตามดีมานด์ยางมะตอย พร้อมตั้งเป้ารักษามาร์จิ้นสูงกว่า 17% เร่งเดินหน้าอัพกำลังผลิตน้ำแร่ออร่า หวังช่วยหนุนกำไรขั้นต้น(ทันหุ้น)
HMPROอัดฉีดงบก้อนโต ปูพรมบุกตลาด'CLMV' + HMPRO กางแผนปี 2560 ปักหมุดรายได้โต 8-12% จากปีก่อน เตรียมทุ่มงบลงทุนประมาณ 6-7 พันล้านบาท ขยายสาขาทั้งไทยและมาเลเซีย ไม่ต่ำกว่า 10 สาขา พร้อมเดินเกมระยะยาว 1-3 ปี (2560-2562) ลุยขยายตลาดใหม่ CLMV เล็งออกหุ้นกู้ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท รองรับธุรกิจในอนาคต ฟากนักวิเคราะห์ส่องผลงานแจ่ม เชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้า 11.40 บาท(ทันหุ้น)
มงคล พ่วงเภตรา นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ License No: 001937 Tel: 02-648-1123 และทีมวิเคราะห์
โดย บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 7 มี.ค. 2560
|
Comments